Howtocom's Blog

ซีพียู (CPU : Central Processing Unit) | กุมภาพันธ์ 13, 2010

ซีพียู (CPU : Central Processing Unit) หรืออาจเรียกอีกอยย่างหนึ่งว่า “โพรเซสเซอร์” (Processor) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่หลักในการประมวลผลข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการคิดคำนวณตัวเลข การวิเคราะห์ข้อมูลทางตรรกะ และเมื่อซีพียูประมวลผลเรียบร้อยแล้วก็จะสั่งการให้ส่วนอื่นๆ ทำงานตามคำสั่ง นอกจากนี้ซีพียูยังควบคุม การทำงานของส่วนต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ เราจึงเปรียบซีพียูเหมือนกับสมอง และหัวใจของมนุษย์ที่จะขาดอวัยวะเหล่านี้ไม่ได้ ดังนั้นซีพียูจึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด และก็มีราคาแพงที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์ซีพียูสามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ ได้แก่ ซีพียูแบบชิปจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขาอยู่ด้านล่างมากมาย
สำหรับติดตั้งลงบนซ็อกเกต (Socket) ส่วนอีกแบบหนึ่งเป็นแบบการ์ด จะมีลักษณะเป็นแพ็คเกจสี่เหลี่ยมผืนผ้า ข้างในจะเป็นแผ่นวงจรที่ใช้ติดตั้งชิปซีพียูอีกทีหนึ่ง ส่วนด้านล่างของแผ่นวงจรจะมีแถบขาทองแดงที่ใช้ ติดตั้งลงบนสล็อต(Slot)

    ซีพียูที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ผลิตจากผู้ผลิตชั้นนำ 3 บริษัทด้วยกัน ได้แก่ อินเทล (Intel), เอเอ็มดี และเวียร์(AMD) (VIA) แต่ละบริษัทต่างก็ผลิตซีพียูออกป้อนตลาดในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับล่าง ระดับกลาง และระดับสูงซึ่งซีพียูแต่ละยี่ห้อต่างก็คุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ทั้งทางด้านราคา และประสิทธิภาพในการทำงาน ในส่วนนี้เราจะมาดูกันว่า แต่ละบริษัทผลิตซีพียูอะไรออกวางตลาดกันบ้าง บริษัท Intel Corporation
    อินเทล (Intel) เป็นบริษัทผู้ผลิตซีพียูที่เก่าแก่ที่สุด และก็เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการผลิตซีพียูที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุด เริ่มตั้งแต่รุ่น 80800, 80286, 80386, 80486, เพนเทียม (Pentium), เพนเทียม เอ็มเอ็มเอ็กซ์ (Pentium MMX),เพนเทียมโปร (Pentium Pro) เพนเทียมทู (Pentium II), เซลเลอรอน (Celeron) เพนเทียมทรี (Pentium III) และล่าสุดก็คือ เพนเทียมโฟว์ (Pentium 4) อินเทลมีเว็บไซต์ชื่อ www.Intel.com สำหรับให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของอินเทล รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนทางด้านข้อมูล และบริการสำหรับลูกค้าทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีลิงค์เชื่อมไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย
บริษัท Advanced Micro Devices, Inc. (AMD)    เอเอ็มดี (AMD) เป็นบริษัทคู่แข่งที่สำคัญของอิเทล ปัจจุบันซีพียูจากเอเอ็มดีมีประสิทธิภาพสูงมาจนเป็นที่ยอมรับของตลาดบ้านเราแล้ว และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซีพียูจากเอเอ็มดี เช่น k5,k6,k6-2,k6-lll,k7 Athlon, Duron, Athlon Thunderbird และซีพียูรุ่นล่าสุดคือ Athlon XP เอเอ็มดีมีเว็บไซต์ ชื่อ www.amd.com สำหรับให้ข้อมูลข่าวสารมากมาย รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อประโยชน์สำหรับลูกค้า ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ที่เป็นภาษาต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย
บริษัท VIA Techmologies, Inc. เวียร์ (VIA) ได้ซื้อกิจการต่อจากบริษัท Cyrix (ผู้ผลิตซีพียูยี่ห้อ Cyrix) และบริษัท IDT (ผู้ผลิตซียูยี่ห้อ Winchip) แล้วทำการพัฒนาต่อ แต่ปัจจุบันยังได้รับความนิยมน้อยอยู่เมื่อเทียบกับซีพียูจากอินเทลและเอเอ็มดี แต่ก็เป็นซีพียูที่มีราคาถูกและมีคุณภาพใช้ได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการซีพียูราคาถูก ซีพียูจากเวียร์รุ่นล่าสุดก็คือ VIA Cyrix M lll หรือ VIA Cyrix lll นั่นเอง VIA มีเว็บไซต์ชื่อ www.via.com.tw หรือ www.cyrix,com สำหรับให้ข้อมูลข่าวสารมากมายรวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อประโยชน์สำหรับลูกค้าทั่วโลก
     ความเร็วในการทำงานของซีพียู    หน่วยความจำแคช (Memmory Cache)
    เทคโนโลยีซีพียูจาก Intel เทคโนโลยีซีพียูจาก AMD
   เทคโนโลยีซีพียูจาก VIA

  สิ่งสำคัญที่สุดที่เป็นตัวบ่งบอกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องไหนทำงานได้เร็วกว่ากัน เราก็มักจะดูกันที่ความเร็วซีพียู เป็นหลัก ซึ่งความเร็วของซีพียูที่ว่านี้จะมีหน่วยเป็น เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และกิกะเฮิรตซ์ (GHz) โดยความเร็วที่เราอ้างถึงก็คือ ความเร็วของสัญญาณนาฬิกานั่นเองหรือจะเรียกว่าสัญญาณ “Clock” ก็ได้ โดยสัญญาณนาฬิกาที่ว่านี้จะเป็นตัวกำหนดจังหวะในการทำงานให้กับอุปกรณ์ภานในเครื่องคอมพิวเตอร์ เทียบได้กับการแข่งเรือพาย ที่จำเป็นต้องมีผู้คอยให้จังหวะในการพายเรือเพื่อให้ฝีพายเกิดความพร้อมเพียงกัน ความเร็วของซีพียู (CPU Speed) คือ ตัวเลขที่ใช้วัดความเร็วในการทำงานของซีพียูในแต่ละตระกูลโดยซีพียูในแต่ละตระกูลจะมีหลายความเร็วให้เลือก อย่างเช่นซีพียูในตระกูล Pentium III ก็จะมีหลายความเร็ว ให้เลือกตั้งแต่ 450,500 และ 550 เมกะเฮิรตซ์ เป็นต้น

หน่วยวัดความเร็วซีพียูที่ควรรู้
ความเร็วในการทำงานของซีพียูนี้จะวัดกันในหน่วยเมกะเฮิรตซ์ (MHz = ล้านรอบต่อวินาที) แต่ซีพียูในปัจจุบันนั้นเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นจะเห็นได้จากซีพียูรุ่นใหม่ๆ จะมีความเร็วสูง ถึงระดับกิกะเฮิรตซ์ (GHz) โดยในส่วนของ “เมกะ” จะแทนด้วยตัวอักษร “M” ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1,000,000 ในส่วนของ “เฮิรตซ์” จะแทนด้วยตัวอักษร “Hz” ซึ่งหมายถึง รอบต่อวินาที
• 1 MHz (Mega Hertz) = 1,000,000 Mz 1 หรือ 1 ล้านเฮิรตซ์
• 1 GHz (Giga Hertz)   = 1,000,000,000 Hz หรือ 1 พันล้านเฮิรตซ์

                                          

เครื่องที่มีซีพียูความเร็วสูงอาจทำงานได้ช้ากว่าเครื่องที่มีซีพียูความเร็วต่ำกว่า
เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำงานได้เร็วหรือช้านั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับซีพียูแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย อย่างเช่น ขนาดของหน่วยความจำ ความเร็วของฮาร์ดดิสก์และการ์ดแสดงผล เป็นต้น ดังนั้นเครื่องที่มีซีพียูความเร็วสูงๆก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานเร็วกว่าเครื่องที่มีซีพียูความเร็วต่ำกว่าเสมอไป

หน่วยความจำแคช Cache Memory

หน่วยความจำแคช เป็นส่วนที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลหรือคำสั่งแบบชั่วคราว ก่อนจะป้อนให้ซีพียู ประมวลผล โดยข้อมูลหรือคำสั่งดังกล่าวก็จะเป็นส่วนที่มีการเรียกใช้งานจากซีพียูบ่อยๆ เพื่อเวลาที่ซีพียูต้องการใช้ข้อมูลเหล่านั้น ก็จะสามารถค้นหาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปค้นหาจากหน่วยความจำแรม หรือจากฮาร์ดดิสก์
ที่มีความเร็วช้ากว่า (แคชจะมีความในการทำงานเกือบเท่ากับความเร็วซีพียู ขณะที่ SDRAM มีความเร็วประมาณ 6ns และฮาร์ดดิสก์มีความเร็วประมาณ10ms)หน่วยความจำแคชเป็นหน่วยความจำแบบ Static RAM (SRAM) ที่มีคุณสมบัติหลักคือมีความเร็วในการทำงานสูง แต่ราคาแพงกว่าหน่วยความจำหลักของระบบที่เป็นแบบ Dynamic RAM (DRAM) อยู่มากทำให้ขนาดของหน่วยความจำแคชถูกจำกัดให้มีขนาดเล็ก
หน่วยความจำแคชระดับ 1 (Cache Level 1 : L1) เป็นแคชที่สร้างอยู่ภายในตัวซีพียู เราเรียกว่า อินเทอร์นอลแคช (Internal Cache) มีขนาดใหญ่ไม่ใหญ่นัก หน่วยความจำแคชระดับ 1 จะมีอยู่ในซีพียูทุกชนิด ทุกรุ่นทีมีขายอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน เช่น ในซีพียูเพนเทียมทรี หรือเพนเทียมทู จะมีหน่วยความจำแคชระดับ 1 ขนาด 32 KB โดยแบ่งเป็น 16 KB สำหรับแคชคำสั่ง และอีก 16 KB สำหรับแคชข้อมูล
หน่วยความจำแคชระดับ 2 (Cache Level 2 : L2) มีทั้งแบบที่สร้างอยู่ภายในตัวซีพียูและแบบที่อยู่ ภายนอก ถ้าซีพียูค้าหาข้อมูลจากแคชระดับ 1 ไม่พบ ก็จะทำการค้นหาต่อที่แคชระดับ 2 ซึ่งขนาดของแคชระดับ 2 นั้นก็จะแตกต่างกันตามรุ่นและชนิดของซีพียู เช่น ซีพียูเซลเลอรอนจะมีหน่วยความจำแคชระดับ 2 ขนาด128 KB ส่วนซีพียูเพนเทียมทรี และเพนเทียมทูจะมีขนาด 512 KB แคชระดับ 2 นี้มีทั้งแบบที่สร้างมาบนตัวซีพียูเลย เช่น เพนเทียมทู เพนเทียมทรี แต่ถ้าเป็นซีพียู 6×86,K5 เพนเทียม MMX จะไม่มีหน่วยความแคชระดับ 2 มาด้วย ซีพียูจึงมองแคชบนเมนบอร์ดเป็นแคชระดับ 2 แทน
หน่วยความจำแคชระดับ 3 (Cache Level 3 : L3) เป็นแคชที่อยู่ภายนอกตัวซีพียู เราเรียกว่า เอ็กเทอร์นอลแคช (External Cache) โดยแคชในระดับนี้จะเป็นแคชที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ดเท่านั้น เนื่องจากซีพียู K6-lll นั้น จะมีหน่วยความจำแคชระดับ 2 ที่ถูกสร้างอยู่ภายในตัวซีพียูเลย แต่ในขณะเดียวกันบนเมนบอร์ดที่ใช้สำหรับซีพียู K6-lll นั้นก็ยังคงมีหน่วยความจำแคชมาด้วย ทำให้ซีพียูมองหน่วยความจำแคชบนเมนบอร์ดที่เคยเป็นแคชระดับ 2 เดิมนั้น เป็นหน่วยความจำแคชระดับ 3 แทน

                     
         
         

  รูปแสดง ลำดับการค้นหาข้อมูลของซีพียู
     จากรูป แสดงลำดับในการค้นหาข้อมูลที่ซีพียูจำเป็นต้องใช้ในการประมวลผล โดยมักจะเริ่มค้นหา ที่แคชระดับ 1 ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าภายในแคชระดับ 1 ไม่มีข้อมูลที่ซีพียูต้องการ มันก็จะไปค้นหาต่อที่ แคชระดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ถ้ายังไม่พบก็จะค้นหาต่อที่แรม และสุดท้ายก็คือค้นหาที่ฮาร์ดดิสก์

1 KB และ 1 MB หมายถึงอะไร?
ข้อมูลในทางคอมพิวเตอร์จะเป็นข้อมูลที่ถูกเก็บเป็นตัวเลขทั้งหมด โดยอักษรแต่ละตัวจะเรียกว่า ไบต์ (Byte) ซึ่ง 1 ไบต์นี้จะเท่ากับ 8 บิต คำว่าบิตนี้เป็นหน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดในแต่ละบิตจะหมายถึงตัวเลข 1 กับ 0 เท่านั้น สรุปได้ว่า ข้อมูลทั้งหลายที่ปรากฏอยู่บนจอภาพนั้นจะถูกแทนด้วยตัวเลข 1 และ 0 ทั้งหมด โดย 1 ตัวอักษร (1 ไบต์) จะประกอบด้วยตัวเลข 1 และ 0 ทั้งหมด 8 ตัว เกิดเป็นรหัสข้อมูล
   • 1 Byte = 1 ตัวอักษร
   • 1 KB (Kilo Byte) = 1,024 Byte
   • 1 MB (Mega Byte) = 1,048,576 Byte

คงไม่มีใครไม่รู้จักอินเทล อย่างน้อยๆ ก็คงเคยได้ยินโฆษณา Intel Inside มาบ้าง สำหรับซีพียูจากค่าย อินเทลนี้ก็นับว่ายังครอบตำแหน่งแชมป์ โดยสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดซีพียูมากเป็นอันดับ 1 ตลอดกาล ณ วันนี้แม้ว่าชื่อเสียงของอินเทลจะสั่นคลอนไปบ้าง อันเนื่องจากคู่แข่งขันอย่างเอเอ็มดีทำกำลังดีวัน ดีคืน และสามารถชิงส่วนแบ่งไปได้ไม่น้อย แต่อิเทลก็ยังปล่อยซีพียูออกมาขับเคี่ยวแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันเรามาดูกันว่าซีพียูจากค่ายอินเทลที่กำลังวางตลาดอยู่ในขณะนี้ มีตระกูลไหนบ้าง
Pentium 4 แกน Willamette
    ซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดจากอินเทลภายใต้ชื่อรหัสว่า “Willamette” หรือจะเรียกว่า “แกน Willamette” ก็ได้ ต่อมาได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Intel Pentium 4 Prpcessor” เข้ามาแทนที่ Pentium III ออกวางตลาด ด้วยความเร็วเริ่มต้นที่ 1.4 GHz และ 1.5 GHz และมาสิ้นสุดที่ 2 GHz ใช้สถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุดที่ชื่อ Intel Netburst mmicro-architecture ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลข้อมูลที่มีปริมาณมากๆการประมวลผลภาพกราฟิก 3 มิติ ภาพวิดีโอ ระบบเสียง การเล่นเกมที่มีลักษณะอินเตอร์แอคทีฟ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มชุดคำสั่งใหม่เข้าไปอีก 144 ชุดคำสั่งใน SSE 2 สำหรับ Socket ที่ใช้ในการติดตั้งซีพียู Pentium 4 นั้นจะมีชื่อว่า Socket 423

ความเร็ว (Core Speed) 1.3,1.5,1.6,1.7,1.8,1.9,2.0,GHz
ความเร็วบัส (System Bus) 400 MHz FSB
ไฟเลี้ยง (Vcore) 1.7 โวลต์
ช่องติดตั้งซีพียู (Socket) Socket 423
ขนาดหน่วยความจำแคช(Cache) แคชระดับ 1 ขนาด 32 KB (Execution Trace Cache)
แคชระดับ 2 ขนาด 256 KB (Advance Transfer Cache)
ขนาดเทคโนโลยีการผลิต 0.18 ไมครอน
สถาปัตยกรรม Intel NetBurst Micro-Architecture
ชุดคำสั่ง SSE 2 (Streaming SIMD Extensions)

Pentium4แกนNorthwood
    หลังจากที่ซีพียู Pentium 4 แกน Willamette ออกไปไม่นาน ทางอินเทลก็ปล่อย Pentium 4 รุ่นที่ 2 ออกมาอีก ใช้ชื่อรหัสว่า “Nothwood” โดยได้ตลอดขนาดของการผลิตลงจากเดิม 0.18 ไมครอน มาที่ 0.13 ไมครอน (กินไฟน้อยลง) เพื่อทะลวงข้อจำกัดทางด้านความเร็วที่ไปหยุดอยู่แค่ 2 GHz โดยในรุ่นนี้ตัวซีพียูจะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมมากและใช้กับ Socket 478 ซึ่งเป็น Socket แบบใหม่ แม้ว่าจำนวนขาของซีพียูจะมาขึ้นกว่าเดิม แต่จะมีขนาดเล็กกว่าเดิมมากส่วนเทคโนโลยีต่างๆยังคงเหมือนกับแกนWillamette

ความเร็ว (Core Speed) 2.0 – 3+ GHz
ความเร็วบัส (System Bus) 400, 533 MHz FSB
ไฟเลี้ยง (Vcore) 1.5 โวลต์
ช่องติดตั้งซีพียู (Socket) Socket 478
ขนาดหน่วยความจำแคช(Cache) แคชระดับ 1 ขนาด 32 KB(Execution Trace Cache)
แคชระดับ 2 ขนาด 5125 KB (Advance Transfer Cache)
ขนาดเทคโนโลยีการผลิต 0.13 Micron
สถาปัตยกรรม Intel NetBust Micro-Architecture
ชุดคำสั่ง SSE 2 (Streaming SIMD Extensions) ที่เพิ่มชุดคำสั่งใหม่ 144 คำสั่ง

สำหรับซีพียู Pentium 4 แกน Northwood ที่มีความเร็วเท่ากับแกน Willamette จะใช้อักษรA ต่อท้าย ความเร็ว เพื่อระบุว่าเป็นแกน Northwood เช่น ถ้าเป็น pentium 4 ความเร็ว 1.6 GHz ก็จะสกรีนว่า 1.6A ดังรูป
Pentium4แกนNorthwoodบัส533MHz
    อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือ จะเห็นว่าในช่วงเดือนตุลาคุม ปี 2545 นี้มีเมนบอร์ดที่รองรับความเร็วบัส 533 MHz ออกมาจำนวนมาก ซึ่งเมนบอร์ดเหล่านี้ออกมาเพื่อรองรับซีพียู Pentium 4 ในรุ่นความเร็ว 2.26 และ 2.40 GHz ขึ้นไป ที่ใช้ระบบบัส 533 MHz FSB โดยการเปลี่ยนแปลงระบบัสจากเดิม 400 MHz FSB ไปเป็น 533 MHz FSB เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระหว่างซีพียูกับระบบ ซึ่งจะช่วยให้ความเร็วโดยรวมของเครื่องดีขึ้น
CeleronTualatin
    ซีพียูราคาประหยัดที่ทางบริษัท Intel ผลิตออกมาเพื่อหวังเจาะตลาดระดับล่าง และเพื่อการแข่งขันกับบริษัท AMD โดย Celeron Tualatin ได้เพิ่มคำสั่งทางด้านมัลติมีเดีย (ชุดคำสั่ง SSE ที่ใช้ใน Pentium III ) เพื่อเพิ่มความสามารถให้มากกว่า Celeron ในรุ่นเดิม ใช้เทตโนโลยีการผลิตขนาด 0.13 ไมครอน เท่ากับ Pentium 4 Northwood และมีการเพิ่ม L2 Cache เป็น 256 KB ได้รับการออกแบบการต่อเชื่อมลายวงจรโดยใช้สารทองแดง (Copper Interconnection) แทนอะลูมิเนียม ซึ่งส่งผลทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้น

ความเร็ว (Core Speed) 1.4 GHz
ความเร็วบัส (System Bus) 133 MHz FSB
ไฟเลี้ยง (Vcore) 1.3 โวลต์
ช่องติดตั้งซีพียู (Socket) Socket 370 (สนับสนุน Tualatin CPU)
ขนาดหน่วยความจำแคช(Cache) แคชระดับ 1 ขนาด 32 KB แคชระดับ 2 ขนาด 256 KB
ขนาดเทคโนโลยีการผลิต 0.13 Micron
สถาปัตยกรรม P6 Dynamic Execution Micro-architecture
ชุดคำสั่ง SSE 2 (Streaming SIMD Extensions) ที่เพิ่มชุดคำสั่งใหม่ 144 คำสั่ง

 สำหรับซีพียูจากค่าย AMD ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ก็คือ Athlon XP โดยคำว่า “XP” ย่อมาจาก “Extreme Performance” ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น โดยในรุ่นแรกใช้แกนที่มีชื่อรหัสตามสายการผลิตว่า “พาโลมีโน” (Palomino) และ “เธอโรเบรด” (Thoroughbred) แต่ก่อนที่จะทำความรู้จักกับซีพียูจากเอเอ็มดี ให้ลองทำความ เข้าใจกับรูปแบบการแจ้งความเร็วที่ทางเอเอ็มดีเปลี่ยนใหม่เสียก่อน ทางเอเอ็มดีได้เปลี่ยนรูปแบบการแจ้งความเร็วของซีพียูแบบใหม่ โดยจะวัดตาม PR Rating (Performance Rating) ซึ่งก็คือค่าความสามารถในการประมวลของซีพียู โดยไม่ได้ใช้เรื่อง MHz/GHz เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่กลับมาแข่งเครื่องประสิทธิภาของซีพียูในการประมวลผลแทน ซึ่งค่า PR Rating นี้จะเป็นค่าที่ เปรียบเทียบกับ Athlon Thunderbird เดิม ไม่ใช่เป็นการเปรียบเทียบความเร็วกับซีพียูจากค่าย Intel แต่อย่างใด ซึ่งในช่างเปิดตัด AMD ได้ส่งออกมาทั้งหมด4รุ่นได้แก่
     -AthlonXP 1500+ PR = 1.33 GHz
     -AthlonXP 1600+ PR = 1.4 GHz
     -AthlonXP 1700+ PR = 1.47 GHz
     -AthlonXP 1800+ PR = 1.53 GHz
จะเห็นได้ว่าซีพียูจาก AMD ภายใต้ชื่อ Athlon XP จะมีเครื่องหมายบวกเพิ่มเข้ามา เพื่อบอกว่า Athlon รุ่นนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่น Thunderbird รุ่นก่อนหน้าเท่าไร โดยตัวเลขเทียบได้กับความเร็วสัญญาณนาฬิกาของรุ่นThunderbied ที่เทียบกับรุ่น XP
AthlonXP แกน Palomino
     จุดเริ่มต้นของ Athlon XP แกน Palomino จะคล้ายกับ Pentium 4 รุ่นแรกที่ใช้แกน Willamette คือจะใช้
สถาปัตยกรรมแบบใหม่ แต่ใช้ขนาดเทคโนโลยีการผลิตเท่าเดิมคือ 0.18 ไมครอน ส่วน Athlon XP ตัวนี้ก็ เหมือนกันคือ ทำการพัฒนาต่อจาก Athlon Thuderbied ตัวเดิมที่มีขนาดการผลิต 0.18 ไมครอน ใช้สถาปัตยกรรมแบบใหม่ที่เรียกว่า “QuantiSpeed Architecture” มาพร้อมกับเทคโนโลยี3Dnow! Professional ที่เพิ่มชุดคำสั่งใหม่ 72 ชุดคำสั่ง สนับสนุน FSB 266 MHz ที่ทำงานในแบบ Double Data Rate (DDR) กับความเร็วบัส 133 MHz มีหน่วยความจำแคช L1 ขนาด 128 KB และ L2 ขนาด 256 KB

ความเร็ว (Core Speed) 1500+ – 2100+ GHz
ความเร็วบัส (System Bus) 266 MHz FSB
ไฟเลี้ยง (Vcore) 1.7 โวลต์
ช่องติดตั้งซีพียู (Socket) Socket A
ขนาดหน่วยความจำแคช(Cache) แคชระดับ 1 ขนาด 128 KB แคชระดับ 2 ขนาด 256 KB
ขนาดเทคโนโลยีการผลิต ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 0.18 ไมครอน โดยมีทองแดงเป็นตัวเชื่อมต่อภายใน (Copper Interconneet) จากเมื่อก่อนที่ใช้อะลูมิเนียม (Aluminium Interconnect)
สถาปัตยกรรม QuantiSpeed Architecture
ชุดคำสั่ง 3Dnow ! Professional Technolgy (เพิ่ม 27 ชุดคำสั่งจาก 3Dnow!)

AthlonXPแกนThoroughbred
    ซีพียู Athlon XP รุ่นที่ 2 ที่เข้ามาแทน Palomino ด้วยแกนที่มีชื่อว่า “Thoroughbred” ที่ใช้เทคโนโลยี
การผลิตขนาด 0.13 ไมครอน เช่นเดียวกับ Pentium 4 Northwood ของอินเทล โดยเริ่มต้นที่รุ่น Athlon XP 2200+ ซึ่งมีความเร็วในการทำงาน 1.8 GHz และยังคงใช้ Socket 462 เช่นเดิม หรือที่คุ้นกันในชื่อ Socket A เดิมโดยทั่วไปแล้ว Palomino และ Thoroughbred ไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของสถาปัตยกรรมพื้นฐาน จะต่างกันเพียงแค่เทคโนโลยีในการผลิตเท่านั้นโดยลดจาก0.18มาเป็น0.13
AthlonXPThoroughbredบัส333MHz
    เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้งกับซีพียู Athlon XP Thoroughbred เมื่อทางเอเอ็มดีได้มีการ เปลี่ยนแปลงขนาดของ Die Size (แกน) เพิ่มขึ้นอีก 4 mm ทางเอเอ็มดีจะเรียกว่า Thoroughbred “B” และได้เพิ่มความเร็วบัส FSB เป็น 333 MHz จากเดิมที่ใช้ความเร็ว FSB 266 MHz ก็เหมือนกับที่ทาง Intel ปล่อยซีพียูบัส 533 MHz ออกมาแทนรุ่นที่ใช้บัส 400 MHzสำหรับซีพียู Athlon XP บัส 333 MHz จะเริ่มต้นที่รุ่น Athlon XP 2600+ ซึ่งมีความเร็ว 2.13 GHz และต่อมาก็เริ่มผลิต Thoroughbred “B” ที่รุ่น ความเร็วต่ำ ๆ อย่างรุ่น 2000+,2200+,2400+,2600+,2700+ และ 2800+แต่อย่าลืมว่าจะต้องใช้กับเมนบอร์ดที่สนับสนุนความเร็ว333MHzด้วยเมื่อดูจากรูปจะเห็นว่าหน้าตาของซีพียู Athlon XP ใช้แกน Thoroughbred “B” จะเหมือนเดิมทุกอย่างแต่จะมีขนาดของDieSizeใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อยเท่านั้น
                                                      
                            ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของซีพียู AMD Athlon XP & Intel Pentium 4 Processor

Codename AMD Thunderbird AMD Palomino AMD Thoroughbred Intel Northwood
Micron Process 0.18 micron 0.18 micron 0.13 micron 0.13 micron
FSB operation 200 MHz (100×2) 266 MHz (133×2) 266 MHz (133×2) 533 MHz (QDRx133)
Center Die Size 128 mm 128 mm 80 mm 146 mm
L2 Cache 256 KB 256 KB 256 KB 512 KB
Voltage Drain 1.75 V 1.75 V 1.65 V 1.5 V

 

เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ผลิตซีพียูออกจำหน่วยแข่งกับอินเทลและเอเอ็มดี แต่ด้วยคุณภาพที่ยังด้อยกว่า คู่แข่งขันอยู่มาก ซีพียูจากเวียร์จึงเหมาะกับเครื่องระดับล่างเท่านั้น
แต่ก็มีจุดเด่นตรงราคาที่ถูกมากเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปซึ่งมีรุ่นที่น่าสนใจดังนี้VIA Cyrix III
    Cyrix lll จาก VIA ซึ่งวางกลุ่มเป้าหมายให้อยู่ในตลาดระดับล่าง มีความเร็วเริ่มจาก 533 MHz ไปจนถึง 667 MHz โดยจะติดตั้งอยู่บน Socket 370 ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 0.18 ไมครอน เป็นรุ่นที่มีแคชระดับที่ 1 สูงถึง 128 กิโลไบต์ ติดตั้งแบบ on – die คือผนวกอยู่บนแกนซีพียูนั่นเอง แต่ไม่มีแคชระดับที่ 2 ทำงาน
ที่ความบัส 100 เมกะเฮิรตซ์ เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วๆไป เช่น การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศ การหนัง ฟังเพลง มีชุดคำสั่ง MMX กับ3D Now! ที่ช่วยประมวลผลด้านกราฟิก และมัลติมีเดียแต่ด้วยการที่ไม่มีแคชระดับที่ 2 ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานด้านกราฟิก เล่นเกม 3 มิติ และงานที่ต้องการการประมวลผลสูงทำได้ไม่ดีนักทั้งหมดนี้คือซีพียูจากค่ายต่างๆที่กำลังออกสู่ตลาดคอมพิวเตอร์บ้านเรา

          

เนื่องจากข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ นั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะเก็บลงแผ่นดิสก์ได้หมด ทำให้ต้องมีฮาร์ดดิสก์เอาไว้เก็บข้อมูลเหล่านี้แทน ฮาร์ดดิสก์ได้ถูกพัฒนาให้มีความจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันมีความจะมากกว่า 200 เมกกะไบต์แล้วนอกจากการพัฒนาทางด้านความจุของฮาร์ดดิสก์แล้ว ในด้านความเร็วก็มีการพัฒนาควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนมาตรฐานจากเดิมที่เป็นแบบ Ultra ATA ไปสู่ Serial ATA ซึ่งก็ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างฮาร์ดดิสก์กับระบบได้มากถึง 150 เมกกะไบต์ต่อวินาที สูงกว่ามาตรฐานเดิมที่มีความเร็วแค่ 133 เมกกะไบต์ต่อวินาทีเท่านั้น


ให้ความเห็น »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: